คู่มือการใช้เปปไทด์ ฉบับภาษาไทย

ผสมยาด้วยน้ำ BAC ให้ถูก ฉีดให้ตรงจุด ในโดสที่พอดี

เลือกตัวยาและขนาด mg ที่คุณมี ระบบจะคำนวณปริมาณน้ำ BAC ที่ต้องผสม จำนวน Units ที่ต้องดูด ตำแหน่งที่ควรฉีด ขนาดเข็มที่เหมาะสม และตารางวันฉีดให้ครบในหน้าเดียว — อ้างอิงจากตารางการใช้ของ Zytopept Peptide

ขวดเปปไทด์ผงแห้ง น้ำ BAC ไซริงค์อินซูลิน และสำลีแอลกอฮอล์ วางบนพื้นสีขาวนวล

ผสมน้ำ BAC

บอกปริมาณน้ำต่อขวด และความเข้มข้นที่ได้

ดูดกี่ Units

แปลงโดส mg เป็น Units บนไซริงค์อินซูลิน

ฉีดตรงไหน

ตำแหน่งและมุมที่ถูกต้องของแต่ละตัวยา

ฉีดวันไหน

ตารางวันฉีด 4 สัปดาห์ พร้อมวันพัก

ขั้นตอนที่ 1

วิธีผสมยาด้วยน้ำ BAC

Bacteriostatic Water คือน้ำเกลือปลอดเชื้อที่มี Benzyl Alcohol 0.9% ช่วยยับยั้งเชื้อ ทำให้เก็บยาที่ผสมแล้วได้หลายสัปดาห์

ขั้นตอนที่ 1

วิธีผสมยาด้วยน้ำ BAC

เปปไทด์ในขวดเป็นผงแห้งแบบ freeze-dried ต้องละลายด้วยน้ำ Bacteriostatic Water ก่อนใช้ ปริมาณน้ำที่ผสมเป็นตัวกำหนดว่า 1 Unit บนไซริงค์เท่ากับยากี่ mg

1
เตรียมอุปกรณ์ให้ครบ

ขวดยาผง (lyophilized), น้ำ BAC (Bacteriostatic Water 0.9% benzyl alcohol), ไซริงค์อินซูลิน U-100 เข็ม 30–31G ยาว 8 มม., ไซริงค์ 1–3 ml พร้อมเข็มดูด 21–23G, สำลีแอลกอฮอล์ 70%, ภาชนะทิ้งเข็ม

2
ล้างมือและเช็ดจุกยาง

ล้างมือด้วยสบู่ 20 วินาที เปิดฝาฟลิปท็อปออก เช็ดจุกยางของทั้งขวดยาและขวดน้ำ BAC ด้วยสำลีแอลกอฮอล์ รอให้แห้งเอง 10 วินาที

3
ดูดน้ำ BAC ตามปริมาณที่กำหนด

ใช้ไซริงค์ใหญ่กับเข็มดูด 21–23G ดูดน้ำ BAC ให้ได้ปริมาณตามตาราง (เช่น 1 ml, 2 ml, 3 ml หรือ 5 ml) ไล่อากาศออกให้หมดก่อนแทงเข้าขวดยา

4
ปล่อยน้ำไหลไปตามผนังขวด

เอียงเข็มให้ปลายชี้ไปที่ผนังด้านในของขวด แล้วปล่อยน้ำอย่างช้า ๆ ให้ไหลลงไปละลายผงยา ห้ามพุ่งน้ำใส่ผงตรง ๆ เพราะแรงกระแทกทำให้โมเลกุลเปปไทด์เสียสภาพ

5
หมุนขวดเบา ๆ — ห้ามเขย่า

ประคองขวดหมุนวนเบา ๆ ในมือ หรือตั้งทิ้งไว้ 2–5 นาทีให้ละลายเอง จนสารละลายใส ไม่มีตะกอน ห้ามเขย่าแรงเด็ดขาด (Glutathione และ NAD+ อาจใช้เวลานานกว่า)

6
ติดฉลากและเก็บในตู้เย็น

เขียนชื่อยา ปริมาณน้ำที่ผสม ความเข้มข้น (mg/ml) และวันที่ผสมไว้ที่ขวด เก็บที่ 2–8°C พ้นแสง ใช้ให้หมดภายใน 4–6 สัปดาห์ (บางตัว เช่น GHK-Cu, NAD+ ควรใช้ภายใน 3–4 สัปดาห์)

7
ดูดยาเข้าไซริงค์อินซูลินและไล่ฟองอากาศ

ดันอากาศเข้าขวดเท่าปริมาณที่จะดูด ดูดยาให้เกินเล็กน้อย เคาะไซริงค์ให้ฟองลอยขึ้น แล้วดันกลับจนตรงขีด Units ที่คำนวณได้

8
ฉีดและทิ้งเข็มอย่างปลอดภัย

เช็ดผิวด้วยแอลกอฮอล์ รอแห้ง หยิบหนังขึ้นเบา ๆ แทงตามมุมที่กำหนด ดันยาช้า ๆ 5–10 วินาที ค้างไว้ 5 วินาทีแล้วถอนเข็ม ใช้เข็มครั้งเดียวเท่านั้นแล้วทิ้งในภาชนะกันแทง

คำถามที่พบบ่อย

ขั้นตอนที่ 2

เลือกขนาดยา แล้วดูว่าต้องดูดกี่ Units

เลือกสินค้า ปริมาณน้ำ BAC และระยะโดสที่ต้องการ ระบบจะคำนวณจำนวน Units บนไซริงค์ ขนาดเข็ม ตำแหน่งฉีด และปฏิทินวันฉีดให้ทันที

เลือกยาและขนาดโดส

GIP/GLP-1 dual agonist — ลดความอยากอาหาร ชะลอการย่อย คุมน้ำตาลและน้ำหนัก

ความเข้มข้นที่ได้ 10 mg/ml

Tirzepatide 10mg

ผสมน้ำ BAC 1 ml → 10 mg/ml

ดูดยาเท่าไหร่50Units บนไซริงค์อินซูลิน (U-100) = 0.5 ml
ได้ยาต่อเข็ม5 mgใช้ได้ประมาณ 2 ครั้ง ต่อ 1 ขวด
ระดับยาบนไซริงค์ 100 Units (1 ml)
50 Units
020406080100
วิธีฉีดชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous)
ความถี่1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกัน
ระยะเวลาใช้ / พักใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วม
เข็มที่เหมาะสม
เข็มฉีดชั้นไขมัน (SubQ)
ขนาดเข็ม (เกจ)30G–31G (ไซริงค์อินซูลิน U-100)
ความยาวเข็ม5/16 นิ้ว (8 มม.) — คนผอมมากใช้ 4–6 มม.
มุมที่ฉีด45–90 องศา (ถ้าใช้เข็ม 8 มม. และหยิบหนังขึ้นมา ใช้ 90 องศาได้)
สำหรับผสมยาเข็มดูด 21G–23G ยาว 1–1.5 นิ้ว (เปลี่ยนเป็นเข็มเล็กก่อนฉีด)

ปริมาณต่อจุดไม่ควรเกิน 1 ml ถ้าเกินให้แบ่งเป็น 2 จุด

ฉีดตรงไหน
  1. 1หน้าท้อง (ห่างจากสะดือประมาณ 5 ซม. รอบสะดือเป็นวงกว้าง)
  2. 2ต้นขาด้านหน้า–ด้านนอก (ช่วงกลางระหว่างเข่าถึงสะโพก)
  3. 3ต้นแขนด้านหลัง/ด้านนอก (บริเวณกล้ามไตรเซ็ปส์)

หมุนเวียนตำแหน่งทุกครั้ง เว้นระยะจากจุดเดิมอย่างน้อย 2–3 ซม. เลี่ยงรอยแผลเป็น ไฝ เส้นเลือดขอด และบริเวณที่บวมแข็ง

ฉีดวันไหนบ้าง

สัปดาห์ละ 1 ครั้ง วันเดิมทุกสัปดาห์ · เวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาเดิมทุกครั้ง

อา.จ.อ.พ.พฤ.ศ.ส.
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
วันฉีด (4 ครั้งใน 4 สัปดาห์) วันพัก
  • •ขึ้นโดสแบบขั้นบันได อยู่โดสเดิม 4 สัปดาห์ก่อนเพิ่ม
  • •หมุนเวียนตำแหน่งฉีดทุกครั้ง ไม่ฉีดจุดเดิมซ้ำภายใน 1 สัปดาห์
  • •ดื่มน้ำและโปรตีนให้พอ ลดอาการคลื่นไส้/ท้องผูก
ขั้นตอนที่ 3

ฉีดบริเวณไหน ใช้เข็มยาวเท่าไหร่

เปปไทด์เกือบทั้งหมดฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous) ซึ่งใช้เข็มสั้นมากและเจ็บน้อยกว่าการฉีดเข้ากล้าม

แผนภาพร่างกายแสดงบริเวณที่ฉีดเข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง ได้แก่ หน้าท้องรอบสะดือ ต้นขาด้านหน้า ต้นแขนด้านหลัง และสีข้าง
หน้าท้อง (นิยมที่สุด)
ดีที่สุด

บริเวณรอบสะดือเป็นวงกว้าง แต่เว้นระยะจากสะดือ 5 ซม. ดูดซึมเร็วและสม่ำเสมอที่สุด เหมาะกับ GLP-1, Tesamorelin, HGH, NAD+ และเปปไทด์เกือบทุกตัว

ต้นขาด้านหน้า–ด้านนอก
ดีมาก

ช่วงกลางระหว่างหัวเข่ากับสะโพก ห่างจากเข่าขึ้นมาประมาณ 1 ฝ่ามือ ดูดซึมช้ากว่าหน้าท้องเล็กน้อย เหมาะกับการฉีดเองและสลับกับหน้าท้อง

ต้นแขนด้านหลัง/ด้านนอก
ใช้ได้

บริเวณกล้ามไตรเซ็ปส์ที่หยิบไขมันขึ้นได้ ถ้าฉีดเองจะหยิบหนังยาก แนะนำให้มีคนช่วยหรือใช้เป็นตำแหน่งสลับ

สีข้าง / เอวด้านข้าง
ใช้ได้

บริเวณ love handle เหมาะกับตัวที่ต้องการฉีดใกล้ไขมันเป้าหมาย เช่น AOD-9604 และใช้เป็นจุดสลับเมื่อหน้าท้องระคายเคือง

เข็มฉีดชั้นไขมัน

ใช้ฉีดจริงกับเปปไทด์ทุกตัว

ความยาว8 มม.
ขนาดเกจ30G–31G

คือไซริงค์อินซูลิน U-100 (1 ml = 100 Units) เข็มติดมากับกระบอก เจ็บน้อยที่สุด คนผอมมากใช้เข็ม 4–6 มม. และฉีดมุม 45°

เข็มผสมยา

ใช้ดูดน้ำ BAC เข้าขวดผงเท่านั้น

ความยาว1–1.5 นิ้ว (25–38 มม.)
ขนาดเกจ21G–23G

เข็มใหญ่ช่วยดูดน้ำเร็วและไม่ทำให้จุกยางเสียหายง่าย ห้ามนำเข็มนี้ไปฉีด และควรเปลี่ยนเป็นเข็มเล็กก่อนฉีดทุกครั้ง

เข็มเข้ากล้าม

เฉพาะโดสที่ปริมาณเกิน 1 ml เช่น Glutathione สูง

ความยาว1 นิ้ว (25 มม.)
ขนาดเกจ23G–25G

ฉีดตั้งฉาก 90° ที่กล้ามสะโพกด้านข้าง (ventrogluteal) หรือหัวไหล่ (deltoid) ไม่ต้องหยิบหนังขึ้น

ขั้นตอนการฉีดชั้นไขมัน
  1. 1ล้างมือให้สะอาด เช็ดจุกยางขวดยาและผิวบริเวณที่จะฉีดด้วยสำลีแอลกอฮอล์ รอให้แห้งเอง
  2. 2ดูดยาตามจำนวน Units ที่คำนวณได้ เคาะไซริงค์ไล่ฟองอากาศออกให้หมด
  3. 3หยิบผิวหนังขึ้นเบา ๆ ด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ให้เป็นสันไขมัน
  4. 4แทงเข็มเร็วและนิ่ง ทำมุม 45–90° จนเข็มมิด
  5. 5กดยาเข้าช้า ๆ ประมาณ 5–10 วินาที (NAD+ ให้ช้ากว่านั้น)
  6. 6ดึงเข็มออกตรง ๆ ปล่อยผิวหนัง กดสำลีเบา ๆ ห้ามนวดหรือถู
  7. 7ทิ้งเข็มลงภาชนะแข็งปิดฝา และจดวันที่/ตำแหน่งที่ฉีดไว้
การหมุนเวียนตำแหน่ง (Rotation)

แบ่งหน้าท้องเป็น 4 ส่วน (ซ้ายบน ขวาบน ซ้ายล่าง ขวาล่าง) แล้วไล่ฉีดตามเข็มนาฬิกา ทีละส่วนต่อ 1 สัปดาห์ วิธีนี้ป้องกันไขมันแข็งเป็นก้อนซึ่งทำให้ดูดซึมยาแย่ลง

สัปดาห์ 1 · ซ้ายบน
สัปดาห์ 2 · ขวาบน
สัปดาห์ 4 · ซ้ายล่าง
สัปดาห์ 3 · ขวาล่าง

ถ้าฉีดทุกวัน ให้เลื่อนจุดใหม่ห่างจากจุดเดิม 2–3 ซม. ภายในส่วนเดียวกันของสัปดาห์นั้น

เปรียบเทียบวิธีฉีด
วิธีเข็มมุมปริมาณ
SubQ (ชั้นไขมันใต้ผิวหนัง)เปปไทด์แทบทุกตัวในตาราง30–31G ยาว 8 มม.45–90°ไม่เกิน 1 ml ต่อจุด
IM (เข้ากล้าม)Glutathione โดสสูง (300–500 mg) หรือปริมาณเกิน 1 ml23–25G ยาว 1 นิ้ว (25 มม.)90°1–3 ml ต่อจุด
สรรพคุณ

สรรพคุณและประโยชน์ของแต่ละตัว

เลือกตัวยาจากเมนู แล้วดูรายละเอียดทีละตัว ทั้งกลไกการทำงาน ระยะเวลาที่เริ่มเห็นผล ผลข้างเคียงที่พบได้ และตัวที่ใช้ร่วมกันได้ดี

มีทั้งหมด 25 ตัว แบ่งเป็น 5 กลุ่มการใช้งาน

คุมน้ำหนัก / เผาผลาญลดไขมัน / คุมน้ำหนักรักษา–เพิ่มมวลกล้าม
Tirzepatide 10mg

กระตุ้นตัวรับ GIP และ GLP-1 พร้อมกัน ทำให้สมองส่วนความอิ่มทำงานเร็วขึ้น กระเพาะย่อยช้าลง และตับอ่อนหลั่งอินซูลินตามระดับน้ำตาล

สรรพคุณและประโยชน์

  • ลดความอยากอาหารและความคิดวนเรื่องอาหาร (food noise) ได้ชัดที่สุดในกลุ่ม
  • ลดน้ำหนักเฉลี่ย 15–22% ของน้ำหนักตัวเมื่อใช้ต่อเนื่องพร้อมคุมอาหาร
  • คุมน้ำตาลและ HbA1c ดีขึ้น ลดภาวะดื้ออินซูลิน
  • ลดไตรกลีเซอไรด์ ความดัน และไขมันพอกตับ (NAFLD)
เริ่มเห็นผลรู้สึกอิ่มเร็วภายใน 1–3 วันหลังเข็มแรก น้ำหนักลงชัดที่สัปดาห์ 4–8
เหมาะกับใครคนที่คุมปริมาณอาหารเองไม่ได้ กินจุบจิบ หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน / น้ำตาลสูง

คะแนนตามด้าน

ลดไขมัน / คุมน้ำหนัก5
รักษา–เพิ่มมวลกล้าม1
ผิว / ผม / ชะลอวัย0
ซ่อมแซม / ฟื้นตัว0
พลังงาน / ความทนทาน1
การนอน / ความเครียด0
ผลข้างเคียงที่พบได้
  • คลื่นไส้ อิ่มเร็ว ท้องผูก โดยเฉพาะช่วงขึ้นโดส
  • อ่อนเพลียหากกินโปรตีนหรือดื่มน้ำไม่พอ
  • เสียมวลกล้ามได้ถ้าไม่เล่นเวทและไม่คุมโปรตีน
ใช้ร่วมกับ
Cagrilintide 5mg (เสริมความอิ่ม สลับวัน)5-amino-1MQ 5mg (รักษามวลกล้าม)
ตัวอื่นในกลุ่ม คุมน้ำหนัก / เผาผลาญ
เปรียบเทียบ

เทียบแต่ละตัวแบบเคียงข้างกัน

เลือกได้ 3 ตัวพร้อมกัน เทียบคะแนน 6 ด้าน ความถี่การฉีด โดสมาตรฐาน รอบพัก และผลข้างเคียงหลัก เพื่อดูว่าตัวไหนตรงเป้าหมายที่สุด

ตารางเปรียบเทียบเปปไทด์แต่ละตัว
หัวข้อTirzepatide 10mgRetatrutide 10mgCagrilintide 5mg
ลดไขมัน / คุมน้ำหนัก
5/ 5
5/ 5
4/ 5
รักษา–เพิ่มมวลกล้าม
1/ 5
1/ 5
1/ 5
ผิว / ผม / ชะลอวัย
0/ 5
0/ 5
0/ 5
ซ่อมแซม / ฟื้นตัว
0/ 5
0/ 5
0/ 5
พลังงาน / ความทนทาน
1/ 5
2/ 5เด่นสุด
0/ 5
การนอน / ความเครียด
0/ 5
0/ 5
0/ 5
กลุ่มคุมน้ำหนัก / เผาผลาญคุมน้ำหนัก / เผาผลาญคุมน้ำหนัก / เผาผลาญ
สรรพคุณโดยย่อGIP/GLP-1 dual agonist — ลดความอยากอาหาร ชะลอการย่อย คุมน้ำตาลและน้ำหนักTriple agonist (GIP/GLP-1/Glucagon) — เร่งการเผาผลาญและลดไขมันแรงกว่ากลุ่มเดิมAmylin analog — เพิ่มความอิ่มนาน ใช้เสริมกับ Tirzepatide/Retatrutide
ความถี่ในการฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้ง วันเดิมทุกสัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง วันเดิมทุกสัปดาห์สัปดาห์ละ 1 ครั้ง สลับวันกับ GLP-1
เวลาที่ควรฉีดเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาเดิมทุกครั้งเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาเดิมทุกครั้งเวลาใดก็ได้ แต่ควรเป็นเวลาเดิมทุกครั้ง
น้ำ BAC ที่แนะนำ1 ml1 ml2 ml
โดสมาตรฐาน5 mg (50 Units)4 mg (40 Units)0.75 mg (30 Units)
จำนวนครั้งต่อขวด4 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)10 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)16 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)
รอบใช้ / พักใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วมใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วมใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
เริ่มเห็นผลรู้สึกอิ่มเร็วภายใน 1–3 วันหลังเข็มแรก น้ำหนักลงชัดที่สัปดาห์ 4–8ความอยากอาหารลดใน 2–4 วัน น้ำหนักลงเร็วตั้งแต่สัปดาห์ 3–4อิ่มนานขึ้นตั้งแต่สัปดาห์แรก ผลเต็มที่ที่สัปดาห์ 4–6
เหมาะกับใครคนที่คุมปริมาณอาหารเองไม่ได้ กินจุบจิบ หรือมีภาวะดื้ออินซูลิน / น้ำตาลสูงคนที่ตอบสนองต่อ Tirzepatide น้อยลง (plateau) หรือมีไขมันสะสมสูงมากคนที่หิวตอนกลางคืน หรืออยากเพิ่มผลลัพธ์โดยไม่ขึ้นโดสตัวคุมน้ำหนักหลัก
ผลข้างเคียงหลักคลื่นไส้ อิ่มเร็ว ท้องผูก โดยเฉพาะช่วงขึ้นโดสคลื่นไส้ อิ่มเร็ว ท้องผูก โดยเฉพาะช่วงขึ้นโดสคลื่นไส้เล็กน้อยช่วงแรก

คะแนน 0–5 เป็นการให้น้ำหนักเชิงเปรียบเทียบจากกลไกและงานวิจัยที่มีอยู่ ใช้เพื่อช่วยเลือกทิศทางเท่านั้น ไม่ใช่ค่าทางคลินิกและไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์

อ้างอิง

ตารางผสมและวิธีใช้ฉบับเต็ม

ข้อมูลเดียวกับตารางต้นฉบับ แยกตามกลุ่มการใช้งานเพื่อค้นหาง่าย

ตารางอ้างอิงทั้งหมด

ค่าทั้งหมดอ้างอิงจากตารางการผสมของ Zytopept Peptide หน่วย Units คิดบนไซริงค์อินซูลิน U-100

ชื่อสินค้าน้ำ BACเริ่มต้นมาตรฐานสูงสุดครั้ง/ขวดวิธีใช้ใช้นาน / พักเท่าไหร่
Tirzepatide 10mg1 ml25 Units (2.5 mg)50 Units (5 mg)150 Units (15 mg)4 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกันใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วม
Tirzepatide 20mg2 ml25 Units (2.5 mg)50 Units (5 mg)150 Units (15 mg)8 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกันใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วม
Retatrutide 10mg1 ml10 Units (1 mg)40 Units (4 mg)100 Units (10 mg)10 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกันใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วม
Retatrutide 20mg2 ml10 Units (1 mg)40 Units (4 mg)100 Units (10 mg)20 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกันใช้ 4–6 เดือน เพื่อปรับพฤติกรรมร่วม
Cagrilintide 5mg2 ml12 Units (0.3 mg)30 Units (0.75 mg)96 Units (2.4 mg)16 ครั้ง (ที่โดสเริ่มต้น)1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกัน สลับวันกับตัวคุมน้ำหนัก ฉีดสัปดาห์ละ 1 ครั้งใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
AOD-9604 5mg2 ml10 Units (0.5 mg)20 Units (1 mg)30 Units (1.5 mg)10 ครั้ง5 วัน เว้น 2 ทุกเช้าตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
Tesamorelin 10mg1 ml5 Units (0.5 mg)10 Units (1 mg)10 Units (1 mg)20 ครั้งทุกคืนตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
5-amino-1MQ 5mg1 ml6 Units (0.3 mg)10 Units (0.5 mg)20 Units (1 mg)16 ครั้ง5 วัน เว้น 2 ทุกเช้าตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
SLU-PP-332 5mg2 ml20 Units (0.5 mg)40 Units (1 mg)40 Units (1 mg)10 ครั้งทุกเช้าตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
Glutathione 1500mg3 ml30 Units (150 mg)30 Units (150 mg)100 Units (500 mg)3 ครั้ง (ที่โดสสูง)5 วัน เว้น 2 วัน / สัปดาห์ละ 3 ครั้ง หากโดสสูงใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
KLOW 80mg2 ml5 Units (2 mg)15 Units (6 mg)20 Units (8 mg)10 ครั้ง5 วัน เว้น 2 วันใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
KPV 10mg1 ml5 Units (0.5 mg)10 Units (1 mg)10 Units (1 mg)20 ครั้ง5 วัน เว้น 2 วันใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
HHB 150.3mg (พร้อมใช้)พร้อมใช้10 Units25 Units50 Units20 ครั้งทุกเช้าตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
B12 10mg (พร้อมใช้)พร้อมใช้10 Units25 Units50 Units20 ครั้งทุกเช้าตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
HGH 10iu1 ml10 Units (1 iu)20 Units (2 iu)40 Units (4 iu)10 ครั้ง (ที่ 1 iu)ทุกคืนตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
Ipamorelin 10mg1 ml5 Units (0.5 mg)10 Units (1 mg)10 Units (1 mg)20 ครั้งทุกคืนตอนท้องว่างใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
CJC-1295 DAC 5mg1 ml10 Units (0.5 mg)10 Units (1 mg)10 Units (1 mg)5 ครั้ง1 ครั้ง ต่อสัปดาห์ วันตรงกัน สลับวันกับตัวคุมน้ำหนักใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
Tesa/Ipa Blend (10mg / 3mg)2 ml20 Units (1 mg)40 Units (2 mg)40 Units (2 mg)10 ครั้งทุกคืนตอนท้องว่างใช้ 5 วัน เว้น 2 วัน
BPC 157 10mg2 ml10 Units (0.5 mg)20 Units (1 mg)20 Units (1 mg)10 ครั้งทุกวันหรือวันเว้นวัน ก่อนนอนใช้จนหายเจ็บ (4–6 สัปดาห์)
Thymosin Alpha-1 10mg1 ml10 Units (1 mg)15 Units (1.5 mg)15 Units (1.5 mg)10 ครั้งทุกวันหรือวันเว้นวัน ก่อนนอนใช้ 2 เดือน พัก 1 เดือน
GHK-Cu 100mg3 ml6 Units (2 mg)15 Units (5 mg)30 Units (10 mg)20 ครั้ง5 วัน เว้น 2 วันใช้ 2 เดือน พัก 1 เดือน
NAD+ 500mg5 ml25 Units (25 mg)50 Units (50 mg)200 Units (200 mg)20 ครั้งวันเว้นวัน หรือสัปดาห์ละ 2–3 ครั้ง ก่อนทำกิจกรรมใช้ 2 ขวด พัก 1 เดือน
MOTS-c 10mg2 ml10 Units (0.5 mg)20 Units (1 mg)40 Units (2 mg)20 ครั้ง5 ครั้งต่อสัปดาห์ ตอนท้องว่าง/ก่อนออกกำลังกายใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
Epithalon 50mg2 ml10 Units (10 mg)10 Units (10 mg)10 Units (10 mg)5 ครั้ง10mg ต่อเนื่อง 10 วัน หรือ 0.5mg ต่อเนื่อง 20 วันใช้ 2 รอบต่อปี หรือทุก 6 เดือน
DSIP 10mg1 ml5 Units (0.5 mg)10 Units (1 mg)20 Units (2 mg)10 ครั้งทุกคืนก่อนนอนใช้ 3 เดือน พัก 1 เดือน
ความปลอดภัย

การเก็บรักษาและข้อควรระวัง

ยาที่ผสมแล้วมีอายุจำกัด และมีอาการบางอย่างที่ต้องหยุดใช้ทันที

ก่อนผสม (ผงแห้ง)
  • •เก็บพ้นแสงที่อุณหภูมิ 2–8°C ได้นานหลายเดือน
  • •หากยังไม่ใช้ระยะยาว เก็บช่องแช่แข็ง −20°C ได้
  • •ผงแห้งทนอุณหภูมิห้องระหว่างขนส่งได้ 1–2 สัปดาห์
หลังผสม (น้ำ BAC)
  • •เก็บตู้เย็น 2–8°C ห้ามแช่แข็งหลังผสม
  • •ใช้ให้หมดภายใน 4–6 สัปดาห์ (บางตัวเช่น GHK-Cu, NAD+ ควรใช้ให้หมดเร็วกว่า)
  • •ไม่ต้องรอให้ยาอุ่นก่อนฉีดก็ได้ แต่ยาเย็นจะแสบกว่าเล็กน้อย
ทิ้งขวด / เข็ม
  • •ห้ามใช้เข็มซ้ำเด็ดขาด แม้แต่กับตัวเอง
  • •ทิ้งเข็มในภาชนะพลาสติกแข็งปิดฝา (sharps container)
  • •ทิ้งขวดที่ขุ่น มีตะกอน เปลี่ยนสี หรือหมดอายุการใช้หลังผสม
สัญญาณที่ต้องหยุดใช้และพบแพทย์
  • หายใจลำบาก หน้า/ลิ้น/คอบวม ผื่นลมพิษทั่วตัว — สัญญาณแพ้รุนแรง ให้ไปโรงพยาบาลทันที
  • ปวดท้องรุนแรงร้าวไปหลัง อาเจียนไม่หยุด — อาจเป็นตับอ่อนอักเสบจากยากลุ่ม GLP-1
  • จุดฉีดบวม แดง ร้อน มีหนอง หรือมีไข้ — สัญญาณติดเชื้อ
  • ใจสั่น หน้ามืด เหงื่อแตก มือสั่น — อาจเป็นน้ำตาลต่ำ ให้ดื่มน้ำหวานและวัดระดับน้ำตาล
  • มือชา ข้อตึง บวมตามตัว — โดสโกรทฮอร์โมนสูงเกินไป ให้ลดโดส